. .
Logo
. ธรรมะ & สมาธิ Go back
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Goldhips Board » การลงทุนทองคำ ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3 ... 180, 181, 182, 183  ถัดไป
ผู้ตั้ง ข้อความ
lee10
< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

ตอบ: 254
spacer
ตอบโดยอ้างข้อความ ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบ เรื่อง:
ขอบคุณครับสำหรับข่าวสารที่ดีและเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิก.
Chalala
< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

ตอบ: 3243
คติพจน์: เมตตาธรรมค้ำจุลโลก
spacer
ตอบโดยอ้างข้อความ ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบ เรื่อง: ทำบุญเพื่ออะไร
:02 สวัสดีค่ะทุกท่าน วันนี้เอาของเก่ามาเล่าใหม่ค่ะ

:02 ทำบุญเพื่ออะไร ???
:02 คำถามแบบนี้ ต้องดูจิตตัวเองก่อนนะครับ ว่าทำบุญเพื่ออะไร ???


ถ้าต้องการทำบุญเพื่อตัวเอง อนิสงส์น้อย กว่าทำบุญเพราะคิดถึงประโยชน์ของผุ้อื่นครับ
ไม่ว่าจะทำกับใคร จะทำเอง จะฝากใครไป
บุญ มันขึ้นอยู่กับความเพียร
ว่าจำเป็นแค่ไหน ถ้าแค่ต้องการถวายของเพื่อประโยชน์ของคนอื่น
กรณีทีไปหรือไม่ไปก็เหมือนกัน เพราะท่านได้ประโยชน์เท่ากัน อนิสงส์ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่
แต่คนที่เดินทางไป ก็จะได้ซึมซับบรรยากาศ ได้ไปอยู่ในสถานที่ ที่ได้รับกระแสพระอริยะ
และกระแสมหาทานจากคนจำนวนมาก ถึงวางจิตเป็น มันก็ปลื้มในกุศลนั้น ๆยิ่งขึ้น

ต้องดูประโยชน์ด้วยว่า มันสำคัญแค่ไหน บุญบางอย่างถึงไม่ได้เดินทางไปก็ไม่ต่างกัน
เหมือนฟังซีดีหลวงพ่อ ฟังอยู่ทีบ้าน หรือมาฟังที่วัด อันไหนได้บุญมากกว่ากัน
ผมตอบแบบความรู้สึกตัวเองว่า ฟังอยู่ตรงไหน ถ้ามันเจริญสติได้มากขึ้น เห็นสภาวะธรรมชัด
แล้วฟังตรงไหน มันทำให้เราเข้าใจได้ง่าย ตรงนั้นแหละ อนิสงส์เต็มพร้อม

คำถามที่ถามมา แสดงให้เห็นเลยว่า คุณทำบุญเพื่ออะไร
สิ่งที่คนทำบุญควรคิดให้มากๆ คือ

การทำบุญ เราทำเพื่อลดละ เพื่อรู้จักสละ เพื่อขจัดความตระหนี่ ฯลฯ
แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำ มักทำสวนทาง

ยิ่งทำยิ่งอยากได้บุญ ทำเพราะโลภในบุญ
ซึ่งผลของการทำเพราะโลภในบุญ ย่อมส่งบุญสนองคืนแบบไม่เต็มที่
แถมยังตามมาด้วยความโลภคืนมาอีก

ทำบุญเพราะความโลภในบุญ เกิดใหม่ ก็จะได้บุญกลับมาพร้อมความโลภ
เราจึงได้เห็นเศรษฐีจำนวนมาก เห็นแก่ตัว ขี้เหนียว ประหยัด อดๆ อยากๆ ฯลฯ

จริงๆ การทำทานแล้วส่งให้รวยจริง เพราะเท่ากับได้ฝึกเมตตา
คนที่กล้าสละทรัพย์หรืออื่นๆ ให้คนอื่นๆได้ อนิสงส์ที่จะแรงจริง
ต้องมาจากจิตที่เมตตา อยากสละให้ผู้อื่นมีความสุข หรือเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น
ยิ่งถ้าเป็นประโยชน์เพื่อส่วนรวม หรือเพื่อคณะสงฆ์ ก็ยิ่งทวีอนิสงส์มากขึ้น

การทำบุญ อนิสงส์จะมากน้อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน หรือ การเดินทาง
อาจมีผลบ้างในบางกรณี แต่ถ้าวางจิตไม่ถูก ยังโลภในบุญ
ผมว่าทำแบบไหน ก็ได้อนิสงส์น้อยครับ

อธิบายอีกที คือ การทำบุญ สำคัญอยู่ที่การวางจิต ว่าทำด้วยจิตอย่างไร นั่นแหละ อนิสงส์จะมากน้อยตรงนี้
ส่วนการเดินทางไป ก็ดูความจำเป็น ถ้าวางจิตไว้ถูก อนิสงส์แทบไม่ต่างกัน
เพราะกรณีนี้ เราจะไปหรือไม่ไป เราก็ได้ถวายข้าวเหมือนกัน

ยกเว้น ถ้าเราไป แล้วเรามีหน้าที่ที่ขาดเราไม่ได้ หรือต้องทำอะไรพิเศษ ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้ร่วมงานคนหนึ่ง
นั่นแหละ อนิสงส์ก็มากไปอีก เพราะถ้าอยู่บ้านแค่ฝากเงินมา คงไม่ได้ทำอะไรเพิ่ม

แต่อย่างที่บอก ถ้าไปร่วมงาน เราก็ได้อะไรเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย
เพราะมันต้องใช้ความเพียรในการเดินทาง ได้ไปเห็นบรรยากาศ
ได้ปลื้มในกำลังศรัทธาของคนจำนวนมหาศาล

คุณดูบอลอยู่กับบ้านอาจไม่ค่อยสนุกถึงใจ เท่ากับไปดูในสนามจริงๆ นะครับ
แต่เรื่องของบุญ สำคัญคือการวางจิต

ขอให้ทำบุญทุกครั้ง คิดถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก
หลักการของการทำสังฆทาน ท่านให้นึกน้อมถึงคณะสงฆ์ หรือองค์กรส่วนรวมทั้งหมด
ไม่เว้นแม้ชี เณร เด็กวัด ถวายของใช้เพื่อให้คนในวัดทั้งหมดได้ใช้
ทำจิตเป็นกลาง เหมือนถวายให้กับสงฆ์ทั้งประเทศ โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน
และพระสงฆ์ที่อยู่เบื้องหน้าเป็นตัวแทนรับของ

จิตที่ปารถนาถึงประโยชน์ของส่วนรวม โดยปราศจากเงื่อนไข
เพื่อหวังดำรงพระศาสนา ด้วยปัญญาที่เห็นว่า พระสละชีวิตมาสืบทอดศาสนา ปฏิบัติธรรม
เป็นบุคคลที่เราควรสนับสนุน ทำบุญด้วยจิตว่างจากการมีตัวตน ว่าของๆ เรา บุญของเรา ฯลฯ

นี่แหละ สิ่งที่พึ่งกระทำ


นอกเรื่องนิดหนึ่ง พระพุทธรูปทุกวัด เป็นเหมือนตัวแทนพระพุทธองค์
ที่เราใช้เป็นประธานในการทำพิธีทุกอย่าง
แต่เราก็มักหลงลืม ไม่ไหว้พระ ไม่นึกถึงพระพุทธเจ้า

ไหว้พระพุทธรูปแต่ละครั้ง เราก้ไปไหว้เทวดารักษาพระพุทธรูป
ลองคิดดูนะ หลายคนไปไหว้หลวงพ่อโสธร พระพุทธชินราช หลวงพ่อโต ฯลฯ

เรากำลังน้อมจิตไหว้ใคร

เกือบทั้งหมด ไม่เคยคิดถึงพระพุทธเจ้า ลืมนึกไปเลยว่า นี่คือองค์แทนพระองค์
แต่เรากลับมีชื่อของหลวงพ่อต่างๆ ที่แยกออกมา เหมือนพระพุทธรูปแต่ละองค์
เป็นเทวดาแยกออกมาอีกต่างหาก

จริงๆ แล้วไม่ว่าจะหลวงพ่ออะไร ก็คือ รูปปั้นที่เอาไว้กราบไหว้แทนพระพุทธเจ้าเท่านั้น
แต่เราก็หลงลืม จนจะกลายเป็นลัทธิเทวานิยมไปแล้ว

ความศักดิ์สิทธ์ หรืออนิสงส์ ในการทำพิธีหรือทำบุญอะไร จึงไม่หนักแน่น จริงเท่าที่ควรเป็น
ลองเปลี่ยนดูนะครับ ให้นึกว่าพระพุทธรูปข้างหน้า เป็นพระพุทธองค์จริงๆ
ทรงประทับนั่งอยู่ข้างหน้าเรา

แล้วเราน้อมถวายสังฆทาน หรือทำพิธีอะไรก็ตาม
ถ้าเรานึกจนใจเชื่อจริงๆ ว่า นี่คือพระพุทธเจ้า มาเป็นประธาน
ในการทำพิธี หรือประธานในการที่เราถวายสังฆทาน

มันจะเกิดปีติ เกิดกำลังบุญที่สัมผัสได้ด้วยใจเลยว่า ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา


:02 สิ่งที่เราทุกคนควรหมั่นดูจิตตัวเองบ่อยๆ ก็คือ
เราทำบุญ เพราะโลภในบุญหรือเปล่า
เรากำลังทำเพื่อใคร... ทำเพื่อละตัวตน หรือเพื่อเพิ่มตัวตนให้ตัวเอง


:02 ที่มา : http://www.jozho.net/index.php?mo=5&qid=412940
:02 ขอบคุณคุณโจโฉ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ



สิ่งที่ควรทำคือความดี สิ่งที่ควรมีคือคุณธรรม สิ่งที่ควรจำคือ บุญคุณ
Rabbyblue
< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

ตอบ: 1368
spacer
ตอบโดยอ้างข้อความ ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบ เรื่อง:
:01 :01 :01 :01 :01 ..............ช่วยป้าชา ญาติธรรม อัพค่ะ....... :01 :01 :01 :01 :01


Chalala
< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

ตอบ: 3243
คติพจน์: เมตตาธรรมค้ำจุลโลก
spacer
ตอบโดยอ้างข้อความ ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบ เรื่อง: วัตถุมงคล...มงคลที่ตรงไหน
:02 สวัสดีค่ะป้าต่าย กัปตัน คุณมิ้ง น้องปิ่น ลูรี่ โปเย ตะวัน กู๋ น้องทรี น้องแจ๋วแหว๋ว น้องโฟ น้องแตงโม
น้องมดแดง น้องปุ้ย น้องวินนี่ น้องปอย คุณคนเมืองเก่า คุณวิน คุณkeng09 หมดยังเอ่ย ?? อิอิ
และสวัสดีทุกท่านค่ะ "สุขสันต์วันแม่" นะคะ ยังคิดถึงทุกคนเสมอๆ นะคะ

:02 ช่วงนี้ป้าชาก็ห่างหายไปเหมือนกับคนอื่น ก็ปลีกวิเวกไปค้นหาตัวเอง บางครั้งหากมีเวลาก็ไปช๊อปปิ้งธรรมะ
ตามเวปต่างๆ พอดีป้าชาไปพบกระทู้ "วัตถุมงคล...มงคลที่ตรงไหน" ในเวป luangpudu.com/ luangpudu.com
ซึ่งอ่านแล้วชอบมากค่ะ ทำให้เกิด "สติ" และ "ปัญญา" จึงขออนุญาตนำมาลงให้ทุกท่านได้อ่าน นะคะ

:02 ป้าชาขอคัดลอกทั้งหมดมาลง โดยไม่ได้ไปตัดต่อเปลี่ยนแปลงคำพูดใดๆ ทั้งสิ้นและขออนุโมทนา
กับผู้เขียนมา ณ โอกาสนี้ ด้วยค่ะ


อ้างอิงจาก:


สำหรับผู้ที่มาศรัทธาหลวงปู่ดู่นั้น ต้องยอมรับว่า "วัตถุมงคล" ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่
นำทางคนจำนวนไม่น้อยให้เข้ามารับการต่อยอดจากท่านในการแสวงหาพระเก่า
พระแท้คือใจที่ต้องฝึกฝนวอบรมในศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้ใจเป็นพระขึ้นมา
เสียเอง ก็โดยอาศัยการยึดใน พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ และ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ เป็น หลักใจเสียก่อน

วัตถุมงคล จึงแสดงความเป็นมงคลออกมาได้จริงก็ตอนโยงจิตของเจ้าของเข้าหา
ธรรมนี้แหละ แค่อานิสงส์ในทางเมตตา หรือในทางแคล้วคลาดปลอดภัย ฯลฯ นั้น
มันยังเป็นเรื่องโลก ๆ ขึ้นชื่อว่าโลกก็ย่อมต้องมีความพร่องอยู่เป็นนิจ และมิอาจ
ต้านทานความแก่ ความเจ็บ และความตายได้ ถึงจะแคล้วคลาดครั้งนี้ หรือครั้ง
ไหน ๆ สุดท้ายก็แคล้วคลาดจากความแก่ ความเจ็บ และความตาย ไปไม่ได้หรอก

ดังนั้น ความเป็นมงคลของสิ่งที่เรียกว่า "วัตถุมงคล" จึงอยู่ที่ตรงนี้ ตรงที่เป็นเครื่อง
ระลึกให้ใจเราเข้ามาในวงของพระธรรม วงของการปฏิบัติเพื่อให้ได้ตนเป็นที่พึ่ง
แห่งตน ตนที่มีใจเป็นธรรมเท่านั้น จึงจะแคล้วคลาดปลอดภัยได้จริง โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งปลอดจากทุกข์ทางใจ ที่เรียกว่า "ธรรมย่อมคุ้มครองรักษา
ผู้ประพฤติธรรม"


หากสิ่งที่เรียกว่า "วัตถุมงคล" มิได้โยงคนเข้าหาธรรม ความเป็นมงคลก็หาเกิดไม่
เหมือนพระในคอโจร หรือพระที่ตั้งอยู่ในถิ่นต่างศาสนา ก็มิได้มีความหมายในทาง
ยกระดับจิตใจแต่อย่างใด ความเป็นมงคลจึงไม่บังเกิด

เวลาหลวงปู่ดู่ท่านสอนศิษย์ ท่านมักสอนให้ใช้ปัญญาใคร่ครวญ (ท่านใช้คำว่า
"ตรอง") เช่น ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร นั่งสมาธิหลับตาไปทำไม ตอบตัวเอง
ให้ชัด ชีวิตเกิดมาทำไม ใช้ชีวิตอย่างไรจึงจะไม่เป็นโมฆะ เห็นนิมิตแล้วควร
วางใจอย่างไร เพื่อมิให้ขัดกับเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติเพื่อ
ความพ้นทุกข์ ฯลฯ

ก็ทำนองเดียวกับที่ว่าสมาธิมิใช่เพื่อสมาธิ หากแต่เป็นสมาธิเพื่อปัญญา ท่าน
จึงว่า "อย่าต้มน้ำทิ้งเปล่า ๆ ต้องเอาไปชง (เครื่องดื่ม) ไมโลโอวัลติน
จึงจะเกิดประโยชน์"


วัตถุมงคลก็เหมือนกัน การบูชาวัตถุมงคลมิใช่จะให้จบแค่ตัววัตถุมงคล หรือมูลค่า
การซื้อขาย หรือความเชื่อในความขลัง ฯลฯ หากแต่ต้องมาจบที่ใจเจ้าของที่หันมา
หาธรรม ใจที่มีสติมากขึ้น ใจที่เผอเรอน้อยลง ใจที่เชื่อในพระรัตนตรัยมากขึ้น ชนิด
ที่เรียกว่าไม่อาจทำความชั่วทั้งในที่แจ้งและที่ลับ

สิ่งที่หลวงปู่สอนมาตลอดชีวิตท่านก็คือให้ศิษย์มีปัญญา และตั้งอยู่ในความไม่
ประมาท ทีนี้ผู้ที่มีวัตถุมงคลไม่ว่าจะของหลวงปู่หรือของครูบาอาจารย์ท่านใดก็ตาม
ก็ควรพิจารณาทบทวนดูว่า เราใช้สิ่งนี้อย่างผู้มีปัญญา รวมทั้งใช้อย่างผู้ไม่ประมาท
ในชีวิตหรือไม่ หรือว่าเราใช้วัตถุมงคลเพียงแค่เครื่องหาเลี้ยงชีพ ใช้เพื่ออวดหรือข่ม
คนที่ไม่มีเหมือนเรา ใช้เป็นเครื่องเล่นเช่นวัดพลังงานในองค์พระ ใช้เป็นสิ่งเอาไว้
อ้อนวอนขอความสำเร็จชนิดไม่ต้องขวนขวายสร้างเหตุที่เหมาะสม ใช้เป็นเครื่อง
อุ่นใจว่าปลอดภัยแน่ ๆ แล้วตั้งตนอยู่อย่างผู้ขาดสติและขาดความระมัดระวัง ฯลฯ

วัตถุมงคล ...มงคลที่ตรงไหน ทุกท่านคงมีคำตอบแล้วนะครับ

การถ่ายทอดผ่านบทความครั้งนี้อาจกระทบใจบางท่าน แต่ก็ด้วยหวังประโยชน์
ที่จะเกิดขึ้น และบันทึกไว้เพื่อให้ผู้มาใหม่ได้เห็นปฏิปทาในการสร้างพระของ
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก เพราะนานวันไปปฏิปทาส่วนนี้อาจ
ถูกลืมเลือนไป


:01 ต้องขอขอบคุณ คุณสิทธิ์ ผู้เขียนไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ

:01 ขอขอบคุณเวป http://www.luangpordu.com/?cid=453342&f_action=forum_viewtopic&forum_id=41281&topic_id=55577



สิ่งที่ควรทำคือความดี สิ่งที่ควรมีคือคุณธรรม สิ่งที่ควรจำคือ บุญคุณ
Chalala
< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

ตอบ: 3243
คติพจน์: เมตตาธรรมค้ำจุลโลก
spacer
ตอบโดยอ้างข้อความ ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบ เรื่อง: สูญเสีย แต่ไม่เสียศูนย์
สูญเสีย แต่ไม่เสียศูนย์

เมื่อเกิดความพลัดพราก เรามักคิดว่าความพลัดพรากนั้นเป็นสาเหตุ

แห่งความทุกข์ของเรา แต่แท้จริงแล้วใจที่วางไว้ผิดต่างหากที่เป็นตัวการ

สร้างความทุกข์แก่เรา

สูญเสียคนที่เรารัก แต่ใจไม่เสียศูนย์นั้น อยู่ในวิสัยที่เราทำได้

นอกจากไม่เสียศุนย์แล้ว ยังอาจได้สติปัญญาเพิ่มขึ้นด้วย เพราะทุกอย่างสามารถ

ให้ความสว่างแก่เราได้ แม้ในยามที่สูญเสียคนสำคัญในชีวิตก็ตาม

"ฉลาดทำใจ" พระไพศาล วิสาโล





ความแปรเปลี่ยนจากของรักของชอบใจทุกอย่าง

จะต้องมี

ฉะนั้นจะพึงหาได้อะไรจากที่ไหนในสังขารนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นมีขึ้น ถูกปัจจัยปรุงแต่ง

ล้วนสลายเป็นธรรมดา

เป็นไปไม่ได้ที่จะปรารถนาว่า

ของสิ่งนั้นอย่าเสื่อมคลายไปเลย

พุทธพจน์





หนังสือเล่มโปรด

พอนานวันก็เก่าจนเหลืองกรอบ

เพียงแตะเบาๆ

กระดาษก็สลาย

กลายเป็นฝุ่นผงปลิวไปกับสายลม





ในชีวิตคนเรา

ไม่มีสิ่งใดอยู่กับเราตลอดไป

เพียงมาเยือนแล้วจากไป

ไม่จากเป็นก็จากตาย

สุดท้าย

ไม่เหลือสิ่งใดให้ยึดมั่น





ความทุกข์มาเยือนแล้วจากไป

ทุกข์ก็ไม่จีรัง วันเวลาแห่งความทุกข์

อาจดูยาวนาน

แต่ไม่ช้า

แม้แต่ความทุกข์

ก็คงตัวอยู่ไม่ได้

ต้องสลายไป.....เช่นเดียวกัน





ความพลัดพรากและสูญเสีย

เป็นแบบทดสอบของชีวิต

สูญเสียแต่อย่าเสียศูนย์

มีสติกับทุกเหตุการณ์

วางใจให้ถูก

นอกจากไม่เสียศูนย์แล้ว

ยังอาจได้สติปัญญาเพิ่มขึ้นด้วย





"สัพเพ ธัมมา นาลัง อะภินิเวสายะ"

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงอันบุคคลไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

เมื่อไม่ยึดติดสิ่งใด

ไม่ว่าสูญเสียสักกี่ครั้ง

ชีวิตก็จะไม่เสียศูนย์




ภาพจาก อินเตอร์เน็ท

ธรรมดลใจ "ฉลาดทำใจ" พระไพศาล วิสาโล

และ พุทธพจน์


:02 ขอบคุณ ที่มา http://www.oknation.net/blog/nadapim/2008/06/19/entry-1


สิ่งที่ควรทำคือความดี สิ่งที่ควรมีคือคุณธรรม สิ่งที่ควรจำคือ บุญคุณ
.
.
.
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Goldhips Board » การลงทุนทองคำ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3 ... 180, 181, 182, 183  ถัดไป
หน้า 181 จาก 183

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน

[ ข้อความที่โพสต์ในกระดานสนทนานี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของทางเว็บไซต์ ]


Copyright 2007 | Goldhips.com | All Rights Reserved.




.
. . .