. .
Logo
. สัพเพเหระ Go back
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Goldhips Board » การลงทุนทองคำ ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3 ... 9, 10, 11 ... 137, 138, 139  ถัดไป
ผู้ตั้ง ข้อความ
นิตาจัง
< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

ตอบ: 3312
คติพจน์: พอใจเท่าที่มี....ยินดีเท่าที่ได้
spacer
ตอบโดยอ้างข้อความ ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบ เรื่อง:
solomon พิมพ์ว่า:
mabushy พิมพ์ว่า:
สวัสดีครับ ผมก็ไม่มีอะไรสำคัญ มาเล่าสู่กันฟัง ก็มีอยู่ว่า มีคนคู่นึงรู้จักมักจี่กันมามากกว่า 10 ปี อยู่มาวันหนึงมีนืสัยแปลกๆ และแล้วทั้งคู่ก็ เลิกคบกันไป ในที่สุดรู้ว่าผิด ก็สายซะแล้ว ไม่ขอหวนกับ ฮ่าไร้สาระจิงๆ 555 ชีวิต ต้องเดินหน้า สู้ต่อไป


อันนี้ต้องตั้งชื่อเรื่องว่า"แฟนเก่า" ครับ ผมเชื่อว่าหลายคนคงมีประสบการณ์แบบนี้กันมาบ้าง ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหนก็ยังจำไม่ลืม อยากย้อนเวลากลับไปก็เป็นไปไม่ได้ ต้องทำใจให้ยอมรับอดีตที่ผ่านไป แล้วเริ่มต้นใหม่เพื่อชีวิตข้างหน้า ส่วนตัวผมเองก็มีประสบการณ์แบบนี้เหมือนกัน เคยคบกับผู้หญิงคนหนึ่งมาเกือบ10ปี (ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม) ระหว่างที่คบกันผมมักจะเป็นฝ่ายที่เอาแต่ใจตัว ทำให้เค้าต้องร้องไห้อยู่บ่อยๆ เมื่อมีเหตุให้ต้องเลิกกันจริงๆ ด้วยนิสัยดื้อรั้นของผม แรกๆก็อยากกลับไปหาเค้า แต่เมื่อคิดว่าถ้ากลับไปแล้วต้องทำให้เค้าเสียใจเพราะตัวเราอีก จึงพยายามตัดใจไม่กลับไป (แต่จริงๆแล้วที่ถูก น่าจะเรียกว่าความขลาดในใจมากกว่า)

จนถึงตอนนี้แม้เวลาจะผ่านไปนาน จนต่างคนต่างมีคนใหม่แล้ว แต่ผมก็ยังคิดถึงเค้าทุกวัน และฝันถึงเค้าแทบทุกคืน ......


ขอมอบเพลงนี้ให้ค่ะ :03 http://www.nangdee.com/brokenhearted/song_preview.php?c_id=5336 :03

ฟังแล้วอย่าร้องให้แบบนี้น่ะ


..........
( พายทอง 3 )
หัวใจดนตรี ( เพลง ) http://www.goldhips.com/board/viewtopic.php?t=897&postdays=0&postorder=asc&start=1560
ลิงค์แปลภาษาค่ะ http://translate.google.co.th/?hl=th&tab=wT#
ช่วยกันโหวตให้เว็บ Goldhips ขอบคุณค่ะ http://finance.truehits.net/
kikkapu_kung
< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

ตอบ: 1568
คติพจน์: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูล
spacer
ตอบโดยอ้างข้อความ ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบ เรื่อง:
มาแซวหน่อย "นิตาจัง" เลือกเพลงมานี่บอกรุ่นเลยนะเนี่ยว่า อยู่ในยุคไหน เอิ๊ก ๆ ๆ

วันนี้มาเสริมให้หน่อยเรื่องสุขภาพครับ

เพื่อน ๆ พี่ ๆ รู้กันบ้างมั๊ยครับ ว่าหวัดนก ไข้หวัดใหญ่ เจ็บคอ และอีกหลาย ๆ โรค
ที่เกิดจากเชื้อไวรัสสามารถป้องกันได้ง่ายโดยวิธีอะไร ติ๊กต๊อก ๆ ๆ ๆ
กริ๊งงงงงงง หมดเวลา เฉลยคับ "การล้างมือ" ที่ถูกวิธีช่วยลดโอกาสการเจ็บป่วยได้
ตัวอย่างเช่น โรคหวัดติดต่อโดยการสัมผัสกับเชื้อใช่มั๊ยคับ เช่น ลูกบิดประตู
ประตูตู้เย็น ฯลฯ ที่สำคัญที่เรามองข้ามกันมาก ๆ เลยคือ รีโหมตทีวี หรือเครื่องใช้
ไฟฟ้า ถ้านึกไม่ไหวก็นึกเอาว่าของอะไรที่เราต้องใช้ร่วมกันคนอื่นนั่นแหละคับ
ตัวแพร่เชื้อโรคอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราต้องห้ามสัมผัสของพวกนี้ใช่มั๊ย คำตอบคือ
ไม่ใช่คับเพราะเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสัมผัส แต่เราป้องกันเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายเรา
ได้โดยการล้างมือ

วันนี้เลยจะมาสอนการล้างมือที่ถูกวิธีกันจั๊กกะหน่อยเพื่อเอาไปสอนลูกหลาน พี่น้อง
คนที่เรารัก อิอิ (ยกเว้นแฟนคนอื่นที่เราแอบรักห้ามนะ 555)



http://www.uboncancer.org/nurse/hend1.htm รูปใหญ่

สามารถ print ไปติดที่อ่างล้างมือที่บ้านได้นะคับ เพื่อทำให้ติดเป็นนิสัย

ปล.เวลาไปโรงพยาบาลก่อนกลับอย่าลืมแวะล้างมือด้วยนะ เอิ๊ก ๆ ๆ



คิกคาปู้คุง...เห็ดทองคำชุบแป้งทอด 555 .....
"สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม คนหนึ่งตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย"
kamoo30
< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

ตอบ: 744
spacer
ตอบโดยอ้างข้อความ ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบ เรื่อง: แบ่งน้ำผลไม้
:02 แม่ซื้อน้ำผลไม้มา 1 ขวด ลูก 2 คน ต่างต้องการส่วนแบ่งมากกว่ากัน จะแบ่งอย่างไรจึงทำให้ทั้ง 2 คนพอใจ




:02 ให้คนหนึ่งเปนคนเทน้ำผลไม้ ส่วนอีกคนหนึ่งเลือกก่อนว่าจะเอาแก้วไหน




:20 ปรารถนาดี
แม่ลูกสอง


ไม่มีความจน ในหมู่คนขยัน
solomon
< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

ตอบ: 1334
คติพจน์: ความสุขหาง่าย แค่ใจเรารู้สึก
spacer
ตอบโดยอ้างข้อความ ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบ เรื่อง: ทางเลือกแห่งความสูญเสีย
ตั้งแต่แรกเกิดสิ่งแรกที่มนุษย์เราทุกคนได้สัมผัส นั่นคือการลาจากครรภ์มารดาอันอบอุ่นที่เราได้พักอาศัยเมื่อแรกปฏิสนธิ จนกระทั่งถึงเวลาที่ได้ลืมตาดูโลก

ดังนั้นความรู้สึกแรกที่มนุษย์เราทุกคนได้สัมผัสนั่นคือความเสียใจ และเราก็มักจะแสดงออกด้วยการร้องให้ ดังที่เราจะเห็นเด็กแรกเกิดทุกคนร้องให้ คงไม่มีเด็กคนไหนที่หัวเราะตั้งแต่แรกเกิดขึ้นมา

การร้องไห้เป็นกลไกทางธรรมชาติของมนุษย์เราทุกคนเมื่อเกิดความรู้สึกเสียใจ หยดน้ำตาที่ไหลออกมาเปรียบเสมือนการระบายออกของความทุกข์ ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เราได้ร้องไห้เราจะรู้สึกสบายใจขึ้น เปรียบเหมือนการได้ล้างใจ

ความเสียใจเปรียบเหมือนเงาของคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร ทุกคนต่างต้องเคยรู้สึกเสียใจด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งสาเหตุของความเสียใจคือความสูญเสีย ไม่ว่าจะสูญเสียเงินทอง โอกาส แต่ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั่นคือการสูญเสียจากคนที่เรารัก ซึ่งตราบใดที่มนุษย์เรายังต้องเวียน ว่าย ตาย เกิด อยู่ในวัฎสงสาร เราก็ต้องประสบพบกับความสูญเสียเช่นนี้ตลอดไป

เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ผ่านมาหลายปีแล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนต้องมีโอกาสประสบพบกับตัวเองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น เราจะมีวิธีเตรียมตัวและเตรียมใจอย่างไรเพื่อให้เราเสียใจน้อยที่สุด....

พี่ชายของผมอายุ 37 ปีในขณะนั้น เป็นคนที่ค่อนข้างใช้ชีวิตอย่างประมาท โดยการสูบบุหรี่จัด และมักจะใช้เวลาที่ควรจะพักผ่อนไปกับการเที่ยวเตร่ยามค่ำคืนกับเพื่อนฝูง โดยไม่สนใจสุขภาพที่เสื่อมโทรมลงตามวัยที่สูงขึ้น

ครั้งแรกที่พี่ชายผมมีอาการปวดบวมที่ต้นคอด้านขวา ในตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะกล้ามเนื้ออักเสบซึ่งอาจเกิดจากการออกกำลัง แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายสัปดาห์อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จึงไปทำการตรวจรักษากับแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ทางแพทย์ที่ทำการตรวจรักษาได้แจ้งให้ทราบว่าเป็นมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง ซึ่งสาเหตุก็อาจมาจากควันบุหรี่ ที่สูบอยู่ทุกวัน บวกกับสภาพอากาศที่เลวร้ายในปัจจุบัน ซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นควันอันเกิดจากการสันดาปของเครื่องยนต์บนท้องถนน

โดยในระยะเริ่มแรกก็ได้เริ่มดำเนินการรักษาโดยการฉายรังษีและทำเคมีบำบัดตามขั้นตอนที่แพทย์กำหนด สำหรับผู้ที่เป็นโรคร้ายชนิดนี้ ซึ่งแต่ละขั้นตอนในการรักษานั้นทำให้ผู้ป่วยและญาติพี่น้องทุกคนเข้าซึ้งถึงประโยคที่กล่าวว่า "อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ"

หลังจากดำเนินการรักษาครบทุกขั้นตอนแล้ว ซึ่งใช้เวลาในการรักษาประมาณ3เดือน สภาพร่างกายของพี่ชายผมก็ทรุดโทรมลงมาก เพราะต่อมน้ำลายที่ถูกทำลายจากการฉายรังษีบริเวณลำคอทำให้การกินอาหารค่อนข้างลำบากเนื่องจากขาดน้ำลายมาช่วยในการเคี้ยวและย่อยอาหารในปาก จึงต้องอาศัยน้ำลายเทียมเพื่อช่วยให้ในปากและลำคอชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับการรักษาด้วยเคมีบำบัดทำให้เนื้อเยื่อบางส่วนถูกทำลายจึงกลืนอาหารค่อนข้างลำบาก และมีอาการวิงเวียนศีรษะ ผมร่วง น้ำหนักลด

ในช่วงปีแรกหลังจากผ่านการรักษาตามขั้นตอนต่างๆแล้ว พี่ชายผมก็ดูแลสุขภาพมากขึ้น หมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ เที่ยวน้อยลง พักผ่อนมากขึ้น ทำให้ร่างกายเริ่มกลับมาแข็งแรงดังเดิม โดยทุกๆ4เดือน จะมีการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อมะเร็งว่ายังมีอยู่หรือไม่ซึ่งทางแพทย์ที่ดูแลแจ้งว่าไม่มีการพบเชื้อใดๆ ทำให้ทุกคนรู้สึกดีใจที่พี่ชายผมจะหายได้เป็นปกติดังเดิม

แต่หลังจากเข้าปีที่สองพี่ชายของผมเริ่มมีอาการเจ็บที่บริเวณกระดูกสันหลัง แต่คิดว่าอาจเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ ซึ่งเมื่อได้รับการทานยาแก้ปวดก็จะบรรเทาได้ชั่วคราว โดยในระหว่างนั้นก็ได้ปรึกษากับแพทย์ที่ดูแลเป็นระยะ แต่ทางแพทย์แจ้งว่าอาจเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อเท่านั้น ถ้าได้พักผ่อนอย่างเพียงพอก็น่าจะหายเป็นปกติ

หลังจากผ่านมาได้ไม่กี่สัปดาห์ อาการปวดเริ่มรุนแรงมากขึ้น และเริ่มมีอาการล้าและหมดแรงของขาทั้งสองข้าง พี่สาวคนโตจึงได้ทำการปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งหลังจากแพทย์ได้ทำการ X-ray และ ตรวจอย่างละเอียด ได้พบว่าเชื้อมะเร็งได้ลามลงมายังไขกระดูกสันหลัง จึงทำให้ก้อนมะเร็งเกิดการกดทับเส้นประสาทและส่งผลให้ขาไม่มีแรง

คำตอบที่ได้รับ ทำให้พี่สาวคนโตของผม ไปต่อว่าแพทย์ผู้ดูแลที่ทำการรักษาถึงที่โรงพยาบาลจุฬา ว่าทำไมจึงประมาท เผลอเรอ ปล่อยให้อาการของคนไข้กำเริบถึงขนาดนี้ เพราะหากทราบสาเหตุเร็วกว่านี้ ก็คงได้ทำการรักษาและเยียวยาแก้ไขแต่เนิ่นๆ ไม่ปล่อยให้อาการของพี่ชายผมทรุดหนักลงขนาดนี้ นี่ก็เป็นข้อให้คิดว่า "อย่าไว้ใจหมอมากจนเกินไป เพราะสามัญสำนึกและจรรยาบรรณ ของหมอทุกคนไม่เท่ากัน"

หลังจากที่ทำการเปลี่ยนแพทย์เพื่อทำการรักษา แพทย์อีกคนของโรงพยาบาลจุฬาฯ แจ้งว่าอาการของพี่ชายผมถือว่าเป็นระยะสุดท้ายแล้ว สามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน3เดือน คำตอบที่ว่าเปรียบเหมือนการนับถอยหลังของนาฬิกาแห่งชีวิตของพี่ชายผม ซึ่งความรู้สึกเวลานั้นคงไม่ต่างกับนักโทษประหารที่รอวันตาย โดยไม่มีความผิด

ทุกคนในบ้านต่างพยายามทุกวิถีทาง เพื่อจะรักษาพี่ชายผมให้ได้ ความรู้สึกของทุกคนในตอนนั้น ต่างหมดศรัทธากับวิทยาการแพทย์แผนปัจจุบันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเราจึงตั้งความหวังไปยังการแพทย์แผนโบราณ มีใครพูดว่าวัดไหนดี ยาหม้อที่ไหนได้ผล ไม่ว่าหนทางจะไกลแค่ไหนเราก็พยายามที่จะนำมารักษา ด้วยความหวังว่าจะทำให้หายได้

หลังจากเวลาผ่านมาได้1ปี อาการของพี่ชายผมก็เริ่มทรุดหนักลงเรื่อยๆ เริ่มเดินไม่ได้ ท้องบวมขึ้น และมีอาการเจ็บปวดซึ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนบ่นอยากตาย ซึ่งทุกคนในบ้านต่างคอยพูดให้กำลัง เพื่อให้สู้ต่อไป เพื่อพ่อแม่พี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อความหวังว่าจะมีวิธีรักษาที่ได้ผล เพื่อความฝันลมๆแล้งๆ

ตอนต้นเดือนเมษายน วันหนึ่งมีคนบอกว่าที่วัดแห่งหนึ่งที่จังหวัดอ่างทอง มีการรักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ทำให้หายได้ ข่าวนี้เป็นเหมือนข่าวดี เหมือนขอนไม้กลางทะเลที่ลอยมา ซึ่งเราก็คว้าไว้ด้วยความหวังว่าจะสามารถรักษาพี่ชายผมให้หายได้ ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดเล็กๆ ไม่มีน้ำประปา ไฟฟ้าที่ใช้มาจากเครื่องปั่นไฟของวัด ซึ่งมักจะติดๆดับๆ อยู่เสมอๆ

การรักษาของวัดคือการดื่มยาหม้อสมุนไพร ประกอบกับการฉีดยาปฎิชีวนะ ซึ่งต้องไปรักษาและพักอาศัยที่วัด โดยที่พักจะเป็นห้องเล็กๆไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ซึ่งอยู่ด้านหลังวัด ใกล้กับเมรุเผาศพ ดังนั้นผมซึ่งเป็นน้องชายคนเล็กและเพิ่งจะออกมาประกอบอาชีพอิสระของตนเอง จึงรับหน้าที่มาดูแลและอยู่เป็นเพื่อนพี่ชาย ตลอดระยะเวลาที่ทำการรักษาที่วัดแห่งนี้

ในแต่ละวันวิธีการรักษาซึ่งถ้าจะพูดจริงๆแล้ว ไม่ถูกต้องตามหลักการทางการแพทย์สมัยใหม่ ทำให้สภาพร่างกายและจิตใจของพี่ชายผม ทรุดโทรมลงไปมาก พร้อมๆกับความศรัทธาที่ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะในระหว่างที่ผมพักอาศัยอยู่ที่วัดนั้น ผมได้พบเห็นผู้ป่วยอาการหนักหลายราย ที่ตอนเข้ามารักษาต้องเอารถมาส่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานก็ต้องเอาโลงมารับออกไป สิ่งนี้ทำให้กำลังใจของพี่ชายผมได้หายไปด้วยเช่นกัน

ในแต่ละคืน เมื่ออาการปวดของพี่ชายผมกำเริบ เป็นช่วงเวลาที่ผมทุกข์ใจที่สุด ต้องคอยปลอบใจให้พี่ชายเข้มแข็ง อดทนเพื่อพ่อแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ และพี่น้องที่ยังมีความหวัง ทั้งที่ใจผมในตอนนั้นหมดหวังเสียแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดเสมอคือ ผมทำเพื่อทุกคนที่อยู่ที่บ้าน ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะดูแลและปลอบใจพี่ชายผมให้สู้ต่อไป

หลังจากเวลาผ่านมาได้หนึ่งเดือนที่ได้มาพักอาศัยที่วัดแห่งนี้ ทุกคนที่บ้านต้องการให้พี่ชายผมได้บวชเพื่อถือเป็นการทดแทนบุญคุณพ่อแม่ และเพื่อเสริมอายุของพี่ชายผมเอง ด้วยความหวังว่าผลบุญจากการบวชจะทำให้เกิดปาฏิหารย์ขึ้นมา ซึ่งทางพี่ชายผมก็ตอบตกลงโดยมีข้อแม้ว่าจะให้ผมบวชด้วย ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าผมทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ทุกคนในบ้านสบายใจ

เมื่อผ่านพิธีอุปสมบท ผมกลับพบว่าผมมีเวลาอยู่กับพี่ชายผมน้อยลง เพราะต้องประกอบกิจของสงฆ์ คือการทำวัตร และออกบิณฑบาตร ซึ่งในระหว่างนั้นผมต้องให้พี่ชายผมอยู่ที่ห้องพักคนเดียว ในฐานะ"พระอาพาธ" โดยระหว่างที่บวชผมก็ได้หัดสวดมนต์และอ่านหนังสือธรรมมะต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการคิดและนำมาปฏิบัติกับพระพี่ชายในขณะนั้น ซึ่งทำให้ผมได้มีโอกาสฝึกตนในแนวทางธรรม อันเป็นโอกาสอันดีที่ผมได้รับจากการบวชครั้งนั้น

หลังจากบวชเป็นเวลา3อาทิตย์ พระพี่ชายต้องการที่จะกลับบ้านเพราะทนสภาพที่เป็นอยู่ในขณะนั้นไม่ได้อีกต่อไป โดยตามเดิมตั้งใจไว้ว่าจะบวชเป็นเวลา1เดือน จึงทำการสึกไปก่อน ผมจึงต้องอยู่ต่อไปคนเดียวอีก1อาทิตย์ ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาอะไรเพราะชินแล้วกับความเป็นอยู่ในขณะนั้น และคิดว่าเป็นการบวชเพื่อทดแทนคุณทุกคนในครอบครัว

หลังจากกลับมาที่บ้าน ทุกคนต่างทำใจยอมรับได้กับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น จึงให้พี่ชายเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ โดยหวังที่จะให้พี่ชายมีความสุขที่สุดในช่วงชีวิตสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้

การรักษาในระยะสุดท้ายคือการให้ยาแก้ปวด และยากล่อมประสาทเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดทรมานน้อยที่สุด โดยในทุกเย็นหลังจากเลิกงาน พี่น้องทุกคนจะไปเยี่ยม ไปพูดคุย ทานอาหาร เพื่อไม่ให้พี่ชายรู้สึกเหงา และลืมความเจ็บปวดจากโรคมะเร็งที่กัดกินอยู่ภายใน สภาพพี่ชายในขณะนั้น จะมีอาการท้องบวมใหญ่และอึดอัดบ้างบางเวลา แต่ก็ถือว่าดีกว่าช่วงอยู่ที่วัดเปรียบเหมือนดังสวรรค์กับนรก

ในวันสุดท้ายของชีวิต พี่ชายผมเริ่มมีอาการละเมอ และบ่นว่าตาเริ่มมัว มองอะไรไม่ค่อยชัด มีเหงื่อออกมากจนเปียกชุ่มหมอนที่หนุนศีรษะ ลมหายใจเริ่มทอดยาวขึ้นและแผ่วลง พี่ๆต่างมารุมล้อมรอบเตียงของผู้ป่วย พี่สาวคนโตกระซิบเบาๆที่ข้างหูของพี่ชายให้นึกถึงพระพุทธเจ้า และท่องพุทโธ ในขณะที่พี่น้องคนอื่นๆเริ่มร้องไห้เบาๆ ลมหายใจของพี่ชายผมเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หยุดสนิท พร้อมกับเสียงร้องไห้ของพี่น้องทุกคนที่ดังขึ้นแทน......



สัพเพเหระ http://www.goldhips.com/board/viewtopic.php?p=16569#16569
กดโหวตเวป http://finance.truehits.net/finance_and_investment/index.php

แก้ไขล่าสุดโดย solomon เมื่อ 25 / 07 / 2010, 15:34, ทั้งหมด 7 ครั้ง
nichaya
< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

< สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ >

ตอบ: 461
คติพจน์: ชีวิตคือการเรียนรู้ สู้ต่อไปอย่ายอมแพ้
spacer
ตอบโดยอ้างข้อความ ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบ เรื่อง:
เรื่องเศร้ามากค่ะ ไม่มีอะไรเสียใจเท่ากันการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ พี่
น้อง ลูก สามี ภรรยา หรือเพื่อนสนิท ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียค่ะคุณม่อน

ณิ เองเคยเสียคุณพ่อไปเมื่อ 13 ปีแล้วแต่ก็ยังคิดถึงอยู่เสมอ เมื่อไหร่ที่ฝันเห็นก็จะไปทำบุญ
และคิดถึงทั้งวัน ถ้าเป็นฝันดีก็จะรู้สึกอุ่นๆ อยู่ในใจ พูดแล้วจะร้องไห้ ตอนที่คุณพ่อเสียใหม่ๆ
ทำใจไม่ได้ นอนไม่ค่อยหลับประมาณ 6 เดือนตื่นมากลางดึกก็คิดแล้วนอนไม่หลับถึงเช้าเลย
ช่วงนั้นรู้สึกแย่มากชีวิตไม่มีความสุขเลย พึ่งจะเข้าใจการสูญเสียที่แท้จริง

ช่วงที่มีชีวิตอยู่ก็ดูแล บุคคลอันเป็นที่รักอย่างดีและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ พ่อ แม่
แล้วเราจะไม่เสียใจทีหลังว่าน่า จะดูแลท่านให้ดีกว่านี้ เมื่อคิดได้ก็สายเกินแก้

ชีวิตมีเกิดก็มีดับ แต่การคงอยู่ทำให้ดีที่สุด อย่าประมาทกับชีวิต ไม่งั้นอาจสิ้นชีวิต
ก่อนเวลาอันควร

ขอแสดงความเสียใจกับทุกๆๆการสูญเสียค่ะ


เจ็บ จำ เรียนรู้ สู้ใหม่
.
.
.
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Goldhips Board » การลงทุนทองคำ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3 ... 9, 10, 11 ... 137, 138, 139  ถัดไป
หน้า 10 จาก 139

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน

[ ข้อความที่โพสต์ในกระดานสนทนานี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของทางเว็บไซต์ ]


Copyright 2007 | Goldhips.com | All Rights Reserved.




.
. . .